ยาและวัคซีนกับโรคไข้กาฬหลังแอ่น

อ.ภก.สิกขวัฒน์ นักร้อง 

ยาและวัคซีนกับโรคไข้กาฬหลังแอ่น

            โรคไข้กาฬหลังแอ่นมีชื่อทางการแพทย์ว่า Meningococcemia (การติดเชื้อไข้กาฬหลังแอ่นในเลือด) หรือ Meningococcal meningitis (เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อไข้กาฬหลังแอ่น) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitidis ซึ่งเป็นเชื้อกรัมลบรูปทรงกลมจำพวกเดียวกับเชื้อหนองในแท้ หรือ Neisseria gonorrhoeae แต่ไม่ทำให้เกิดกามโรค โดยเชื้อนี้มีความรุนแรงในการก่อโรคมากกว่าและมีอัตราการตายที่สูงกว่า ชื่อโรคไข้กาฬนั้นมาจากความรุนแรงของโรค ซึ่งทำให้ผู้ป่วยถึงแก่กรรมได้ในเวลาอันสั้น และชื่อหลังแอ่นมาจากลักษณะของผู้ป่วยโรคนี้อาจมีการชักเกร็ง หลังแข็งแอ่น ซึ่งชื่อโรคนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนกนางแอ่นตามที่บางคนพูดกันแต่อย่างใด

เชื้อ Neisseria meningitidis นี้แบ่งออกเป็น 13 กลุ่ม หรือ 13 ซีโรกรุ๊ป คือ A, B, C, D, H, I, K, L, X, Y, Z, 29E และ W135 โดยที่พบมากคือ ซีโรกรุ๊ป A, B, C, Y และ W135 แต่กลุ่มที่ทำให้เกิดโรคได้บ่อยคือ ชนิด groups B และ C ซึ่งเชื้อนี้สามารถตรวจพบได้ในคอของคนปกติร้อยละ 20 โดยที่ไม่เกิดโรคหรืออาการ แต่มีผู้ป่วยบางรายที่เชื้อนี้เข้ากระแสเลือดและทำให้เกิดโรคได้ โดยโรคไข้กาฬหลังแอ่นเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียแบบเฉียบพลัน พื้นที่ที่มีอุบัติการณ์ของโรคสูงติดต่อกันหลายปี ได้แก่ แอฟริกากลางแถบทะเลทรายซาฮาราตอนใต้ ซึ่งพบว่ามักเป็นซีโรกรุ๊ป A มีการระบาดที่เอธิโอเปีย ซูดาน ประเทศอื่น ๆ ในทวีปแอฟริกา เนปาล และอินเดีย ในทวีปอเมริกาพบการระบาดจากซีโรกรุ๊ป B เช่น คิวบา บราซิล ชิลี อาร์เจนตินา โคลัมเบีย และพบอุบัติการณ์ของโรคมากเป็น 2 เท่าที่รัฐโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังพบว่าเชื้อกลุ่ม C มักเป็นสาเหตุของการระบาดในกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

การติดต่อ(1) 

สามารถเกิดได้จากการสัมผัสกับผู้ป่วยทางเยื่อเมือกในปากและจมูก เช่น การจูบ การเป่าปากและจมูก หรือหน้าใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน และเสมหะหรือน้ำลายผู้ป่วย เชื้อนี้จะติดต่อทางน้ำลายหรือเสมหะโดยการสูบบุหรี่ร่วมกัน ดื่มน้ำแก้วเดียวกัน จูบปากกัน หรือผายปอดช่วยชีวิต

อาการ(1)
            ผู้ป่วยจะมีไข้สูงทันที ปวดศีรษะมาก อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน เจ็บคอ คอแข็ง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ มักมีผื่นเลือดออกใต้ผิวหนัง (petechial rash) ร่วมกับจ้ำเลือดขึ้นตามตัว แขนขา อาจมีอาการของเยื่อหุ้มสมองอักเสบร่วมด้วย ในรายที่เป็นรุนแรงผู้ป่วยจะซึม ชัก และช็อก เสียชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ การยืนยันการวินิจฉัยโรคทำได้โดยการเจาะน้ำไขสันหลังส่งตรวจหาเชื้อ meningococci

ยาและวัคซีนที่ใช้ในการป้องกันและรักษา(2-4)

            การป้องกันโรคมี 2 วิธีหลักคือ การกินยาต้านจุลชีพ และฉีดวัคซีน ผู้ที่สมควรได้รับการป้องกัน ได้แก่ ผู้ที่สัมผัสโรคใกล้ชิดผู้ป่วยเป็นเวลานาน เช่น สมาชิกในครัวเรือนเดียวกัน ร่วมห้องนอนเดียวกัน เด็กที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็ก เด็กที่อยู่ห้องเรียนเดียวกับผู้ป่วย ทำงานที่เดียวกัน เป็นต้น
            การกินยาต้านจุลชีพ ใช้กับผู้สัมผัสโรคตามข้อบ่งชี้ข้างต้น โดยแพทย์มักจะเลือกกลุ่ม rifampicin หรือ ciprofloxacin(2)
            ประชาชนทั่วไปไม่จำเป็นต้องรับการป้องกัน นอกจากจะเดินทางเข้าไปในเขตที่มีการระบาดเป็นประจำ ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องโรคไข้กาฬหลังแอ่น
            การฉีดวัคซีนใช้ในกรณีที่คนที่จะเดินทางเข้าไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคเป็นประจำ เช่น ประเทศแถบแอฟริกาบางประเทศ หรือให้วัคซีนแก่ประชาชนที่อยู่เขตระบาดซึ่งทราบสายพันธุ์ (serogroup) ของเชื้อซึ่งระบาดอยู่ก่อน เพราะวัคซีนจะป้องกันได้เพียงบางสายพันธุ์เท่านั้น ดังนั้น การใช้วัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นจะได้ผลในบางพื้นที่ที่ทราบถึงสายพันธุ์ของเชื้อแล้วเท่านั้น

สรุปผู้ที่ควรได้รับวัคซีนนี้มี 3 กลุ่มใหญ่ ๆ(4) คือ

1. นักเรียนและนักศึกษาที่จะไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา หรือบางประเทศในยุโรป เช่น อังกฤษ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการระบาดของโรคนี้ในกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาหอพัก ทำให้ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกามีข้อกำหนดเลยว่า นักเรียนและนักศึกษาที่จะเข้าไปเรียนจะต้องได้รับวัคซีนดังกล่าวก่อนเข้าศึกษา และจะต้องยื่นเอกสารว่าได้รับการฉีดวัคซีนนี้ด้วย นอกจากวัคซีนชนิดนี้แล้ว ในแต่ละมหาวิทยาลัยจะมีข้อกำหนดเรื่องสุขภาพแตกต่างกัน เช่น บางมหาวิทยาลัยกำหนดว่าจะต้องได้รับวัคซีนหัด-หัดเยอรมัน-คางทูมร่วมด้วย หรือจะต้องทำการตรวจวัณโรคก่อนไป ดังนั้น สำหรับนักเรียนและนักศึกษาที่ต้องการมาตรวจสุขภาพหรือมาฉีดวัคซีนก่อนไปเรียน ควรนำใบข้อกำหนดต่าง ๆ จากมหาวิทยาลัยมาให้แพทย์ดูเพื่อจะได้พิจารณาการตรวจต่าง ๆ และการให้วัคซีนไปในคราวเดียวกัน

2. กลุ่มผู้แสวงบุญในพิธีฮัจญ์และอุมเราะห์ ซึ่งเป็นข้อกำหนดของทางการประเทศซาอุดีอาระเบียว่า ก่อนเข้าร่วมพิธีดังกล่าวจะต้องได้รับวัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่น โดยจะต้องยื่นหลักฐานว่าเคยได้รับวัคซีนนี้แล้วเพื่อใช้ในการขอวีซ่าเข้าประเทศ โดยจะต้องฉีดล่วงหน้าก่อนเดินทางไปอย่างน้อย 10 วัน แต่ไม่เกิน 3 ปี

3. กลุ่มนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางที่จะไปในประเทศในเขต Meningitis belt ในแอฟริกา ตั้งแต่ประเทศแกมเบีย บูร์กินาฟาโซ เซเนกัล กินี ไล่ไปทางตะวันออกจนถึงประเทศเอธิโอเปีย หรือเข้าไปในพื้นที่ที่มีการระบาดอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องเข้าไปคลุกคลีกับคนพื้นที่มาก ๆ แผนที่ Meningitis belt จาก US CDC ในรูปที่ 1 ซึ่งประเทศในแถบนี้เคยมีการระบาดของโรคที่รุนแรง มีอัตราการเกิดโรคสูงกว่าประเทศอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ที่จะเข้าไปท่องเที่ยวหรือทำงานในประเทศดังกล่าวควรได้รับวัคซีนก่อนเดินทาง

รูปที่ 1 แผนที่ Meningitis belt จาก US CDC(4)

            วัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่นที่มีใช้ในประเทศไทยเป็นชนิด tetravalent meningococcal polysaccharide vaccine มีชื่อการค้าว่า Menomune สามารถป้องกันได้ 4 สายพันธุ์คือ A, C, Y, W-135 ฉีดได้ในผู้ใหญ่และเด็กอายุมากกว่า 2 ปี ภูมิคุ้มกันจะขึ้นหลังจากฉีดวัคซีนแล้วประมาณ 7-10 วัน และฉีด 1 ครั้ง ภูมิคุ้มกันจะอยู่ได้ 3-5 ปี ยกเว้นในเด็กที่อายุน้อยกว่า 4 ปี ให้กระตุ้นหลังเข็มแรก 1 ปี

            เนื่องจากวัคซีนชนิดนี้ไม่ได้ฉีดให้คนไทยโดยทั่วไป จึงอาจหาได้ยากและไม่มีในโรงพยาบาลทั่วไป ผู้ที่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนอาจติดต่อขอรับวัคซีนได้ที่หน่วยงานของสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร(3) หรือคลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน, สถานเสาวภา สภากาชาดไทย, สถาบันบำราศนราดูร กระทรวงสาธารณสุข(4)

            จากข้อมูลที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าโรคนี้มีความรุนแรง ดังนั้น การป้องกันนั้นสำคัญและได้ผลดีกว่าสำหรับผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เช่น สมาชิกในครอบครัวของผู้ป่วย และผู้สัมผัสใกล้ชิดในชุมชนสมควรได้รับยาเพื่อป้องกันการติดต่อ โดยยาต้านจุลชีพที่ใช้นั้นมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกัน โดยไม่ขึ้นกับสายพันธุ์ของเชื้อ อย่างไรก็ตาม บุคลากรทางการแพทย์จะสามารถให้คำปรึกษาแนะนำได้ว่า ผู้สัมผัสโรคสมควรได้รับยาป้องกันหรือไม่ จะเป็นชนิดใด ได้เป็นอย่างดี และผู้ที่จะเดินทางไปที่ไหนนั้นเป็นประเทศหรือเขตที่เสี่ยงหรือมีข้อกำหนดในการฉีดวัคซีนหรือไม่อย่างไร ควรสอบถามและหาข้อมูลก่อนเดินทาง

เอกสารอ้างอิง

         1. โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Meningitis). http://dpc9.ddc.moph.go.th/crd/disease/mgcm.html

            2. . . http://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=5

            3. . . แห่งประเทศไทย. http://www.thaitravelmed.org/Knowledge/travel-vaccine.html

            4. (Meningococcal vaccine). http://www.thaitravelclinic.com/blog/th/travel-medicine-issue/thai-meningococcal-vaccine.html